ความเด็ดขาดหาดไปไหนหมด เกิดอะไรกับเกมรุกหงส์ !!

18/01/2021

ก่อนหน้าศึกแดงเดือดระเบิดขึ้นก็มีบางประโยคจากเยอร์เก้น คล็อปป์ที่คงแสดงความเชื่อมั่นในทีมตัวเองอยู่”พวกเราอาจจะไม่ได้อยู่ในระดับเหมือนซีซั่นก่อนแต่เราอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น มันมีรายละเอียดอีกนิดหน่อยที่ให้แก้ซึ่งถ้าทำได้เราก็จะกลับมาเหมือนเดิม”

    เป็นคำถามที่กุนซือผู้นิยมการสวมหมวกคาดหวังต้องเจออยู่แล้วในเพรส คอนเฟอเรนซ์ภายหลังจากลิเวอร์พูลไม่ชนะใครติดต่อกันในลีก 3 เกมแถมยิงได้แค่ลูกเดียวกับคู่แข่งอย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, นิวคาสเซิ่ลและเซาธ์แฮมป์ตัน

    คล็อปป์เองเลือกใช้คำว่า “rhythm” เป็นตัวที่มาสื่อสารถึงรายละเอียดเล็กน้อยที่อ้างถึงขณะเดียวกันเจ้าตัวเองก็ยังได้บอกให้ทุกคนคอยดูเอาเองต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในแอนฟิลด์กับการต้อนรับคู่อริที่ชื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 ก็อีกเกมที่ถ้าดูจากสถิติอย่างเดียวก็อาจคิดได้ว่าเป็นการจำใจต้องแบ่งแต้มเมื่อครองบอล 66%กับมีโอกาสถึง 17 ครั้งทว่าดาบิด เด เกอาต้องงัดฟอร์มระดับโลกมาเซฟผี? เป็นเกมที่เดอะ ค็อปควรโอดครวญว่าทีมตัวเองโชคร้าย? ไม่ใช่อย่างแน่นอนเพราะจากโอกาส 17 ครั้งดังกล่าวมีแค่ 3 ครั้งเท่านั้นที่เข้ากรอบ

   มันก็เลยเป็นที่มาของสิ่งที่หลายคนกำลังสงสัย”เกิดอะไรขึ้นกับเกมรุกหงส์??”

    อย่างหนึ่งต่อให้พวกเขาเป็นทีมที่ทำประตูได้สูงสุดในลีกกระหน่ำไปแล้ว 37 ลูกแต่มันย่อมกำลังมีปัญหาบางสิ่งแน่นอนในแค้มป์ของสโมสรตราหงส์โดยเฉพาะกับสามประสานที่ใครก็เคยต่างครั่นคร้ามทั้งโม ซาล่าห์, โรเบร์โต้ ฟิร์มิโน่และซาดิโอ มาเน่

    360 นาทีเต็มมีแค่ประตูเดียวโดยนี่ยังเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนมีนาคมปี 2005 อีกด้วยที่ไม่สามารถเจาะตาข่ายใครได้ติดต่อกันสามเกมในลีก

    ตลอด 4 นัดหลังในลีกก็นับรวมโอกาสเข้ากรอบแค่ 10 หนหรือคิดเฉลี่ยตกเกมละ 2.5 ครั้ง!!

 ถึงกระนั้นเจาะลึกลงไปนับจากเกมเปิดสนามเป็นต้นมาประสิทธิภาพในการปิดบัญชีของทีมแชมเปี้ยนดร็อปลงไปโดยจากที่เคยสร้างโอกาสต่อเกม 15.6 ต่อเกม เข้ากรอบถึง 6.1 ครั้งต่อเกมในฤดูกาล2019/20ก็กลายว่าจากโอกาส 15.5 ครั้งต่อเกม เข้ากรอบแค่ 5.7 ครั้งต่อเกม

    มีการวิเคราะห์ต่อว่ามีบางปัจจัยที่ส่งผลไม่ว่าจากการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นที่น้อยกว่าปกติ การที่จะซาล่าห์หรือมาเน่ก็ตามเคยต้องกักตัวจากการติดโควิด นอกจากนั้นก็มีการซุบซิบนินทาอ้างว่านับจากที่ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ไปให้สัมภาษณ์กับอาสซึ่งเป็นสื่อสเปนก็ส่งผลกระทบต่อฟอร์มของทีมเรื่อยมา สามเกมติดต่อกันแล้วจากเซนต์ เจมส์ พาร์ค, เซนต์ แมรี่ส์มาถึงแอนฟิลด์ที่ซาล่าห์ได้สัมผัสบอลน้อยกว่าเพื่อนร่วมทีมร่วมแนวรุก…

    ลิเวอร์พูลคงเป็นทีมที่เน้นการขึ้นเกมด้านข้างซึ่งแน่นอนพวกเขามีตัวริมเส้นที่คล่อง, เร็วและอันตรายรวมถึงมีฟูลแบ็กสองฝั่งที่ต่างถูกยกให้ว่าเป็นเสมือน”เพลย์เมกเกอร์พิเศษ”ไม่ว่าจะเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์หรือแอนดี้ โรเบิร์ตสัน จากทรงของเกมโดยรวมยังถือว่าเป็นลิเวอร์พูลที่ทุกคนคุ้นเคยเช่นกันจากคะแนนที่เก็บไปได้และอันดับในตารางก็ถือว่าไม่ได้แย่ไปซะทีเดียวต่อทีมที่เจอมรสุมตัวผู้เล่นบาดเจ็บมาต่อเนื่อง 

    ก็ตามที่คล็อปป์กล่าวไว้หลังแดงเดือด”ต้องเข้าใจเกมด้วยว่าการเจอยูไนเต็ดไม่ใช่เรื่องง่ายในตอนนี้ พวกเขากำลังเล่นได้ดี มีเกมโต้กลับที่น่ากลัว ผมพอใจกับผลงานของทีมในวันนี้ แน่นอนมันมีจุดที่เราต้องปรังปรุงและพวกเราจะต้องดีขึ้น”