ผีคืนโลง ฟอร์มแย่เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง !

12/02/2022

แมนฯ ยูไนเต็ด เจอเหตุการณ์ซ้ำรอยในเกมกับ เบิร์นลีย์ อีกครั้ง ทั้งที่เกมนี้ได้ประตูขึ้นนำก่อนในครึ่งแรกจาก เจดอน ซานโช่ แต่สุดท้ายมาโดน เซาธ์แฮมป์ตัน ไล่ตามตีเสมอในช่วงต้นครึ่งหลังจาก เช อดัมส์ 1-1 ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ไร้ชัย 3 นัดรวดทุกรายการ ชวดโอกาสแซง เวสต์แฮม ขึ้นไปรั้งที่ 4 ชั่วคราว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา

    ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แระจำวันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 พบ เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมอันดับ 10 ของตาราง 

    แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ ราล์ฟ รังนิก ไม่ชนะมา 2 นัดติดต่อกัน โดยเกมนี้ส่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาออสตาร์ตตัวจริง ประสานงานแนวรุกร่วมกับ เจดอน ซานโช่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด     ด้าน เซาธ์แฮมป์ตัน ของ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล  พา นักบุญ โชว์ฟอร์มได้ดีไม่แพ้ใครมา 3 นัดในทุกรายการ เกมนี้จัดคู่หน้าอย่าง อาร์มันโด้ โบรย่า จีบคู่ล่าตาข่ายกับ เช อดัมส์ ล่าตาข่าย 

    ครึ่งแรกเปิดฉากมาทั้งสองทีมแลกกันทันที ก่อนจะเป็น เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ได้โอกาสทักทายก่อนในนาทีที่ 6 เช อดัมส์ ลองส่องนอกกรอบด้วยขวาบอลเหินข้ามคาน  หลังจากนั้นนาทีถัดมา แมนยู โต้กลับมาทันควันและเกือบขึ้นนำก่อนเมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแล้วหลบ เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์ ไปยิงด้วยซ็ายแบบโล่งๆ แต่บอลเบาไปโดนแนวรับ เซาธ์แฮมป์ตัน ตามสกัดออกไปแบบหวุดหวิด 

  นาทีที่ 9 เจ้าถิ่นสวนกลับมาอีกครั้ง เจดอน ซานโช่ โซโล่กระชากเข้าเขตโทษหลุดไปซัดที่เสาแรกแต่ยังติดเซฟ ฟอสเตอร์ 

    แมนยู บุกใส่อยู่ฝ่ายเดียวจนมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 22 จากจังหวะขึ้นเกมมาทางฝั่งขวาที่ แรชฟอร์ด กระชากเข้าเขตโทษก่อนเปิดถวายพานไปที่เสาไกลให้ เจดอน ซานโช่ เข้าชาร์จจ่อๆส่งบอลตุงตาข่าย 

    เซาธ์แฮมป์ตัน มีโอกาสขึงบุกใส่ได้บ้างและเกือบตามตีเสมอ ในนาที 34 สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ได้กดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียว 

    นาที 41 ปอล ป็อกบา โหม่งเคีลยร์บอลไม่ขาดมาเข้าทางปืน สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง กระโดดยิงหน้าปากประตูแต่ ดาบิด เด เคอา พุ่งตะครุบไว้ได้ 

  ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 แมนยู ชวดได้ลูกสองเมื่อ โรนัลโด้ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแล้วปาดเรียดไปที่หน้าปากประตูให้ ป็อกบา ยิงจ่อเข้าไป แต่ผู้ช่วยยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าของ โรนัลโด้ ไปก่อนแล้ว 

    หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่มทำให้จบครึ่งแรก แมนยู นำ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0

    ครึ่งหลังเล่นมาได้เพียง 3 นาที เซาธ์แฮมป์ตัน ไล่ตีเสมอเป็น 1-1 โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ แทงทะลุช่องให้ เช อดัมส์ หลุดเดี่ยวมาซัดผ่านมือ เด เคอา ชนเสาเหลี่ยมในข้ามเส้นเข้าประตูไป 

    หลังจากนั้น เซาธ์แฮมป์ตัน มีลุ้นแซงขึ้นนำในนาที 52 จากจังหวะสวนกลับ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ลากบอลมาถึงหน้าเขตโทษก่อนไหลให้ อาร์มสตรอง ซัดด้วยซ้ายแต่บอลไม่ตรงกรอบ 

    เกมรุกของนักบุญบุกใส่มาเป็นพายุ นาทีถัดมาได้ลุ้นอีกครั้ง อาร์มันโด้ โบรย่า ลากบอลมากดด้วยขวาหน้าเขตโทศ เด เคอา พุ่งปัดมือเดียวออกหลังไปได้ 

    เกมเปิดหน้าแลกกันสนุด นาที 61 แมนยู น่าได้ประตูจึ้นนำอีกครั้ง โรนัลโด้ หลุดมาซัดด้วยซ้ายเน้นๆในเขตโทษไปติดเซฟ ฟอสเตอร์ จังหวะแรก ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง ดีโอโก้ ดาโล่ต์ ที่หลุดมากด้วยขวาที่เสาไกลก็ยังไม่ผ่านเซฟของ ฟอสเตอร์

    จากนั้นนาที 67 เซาธ์แฮมป์ตัน เกือบแซงนำเมื่อ อาร์มันโด้ โบรย่า หลุดเข้าเขตโทษพยายามจะจ่ายไปที่เสาไกลให้ เช อดัมส์ แต่ เด เคอา ออกมาปิดมุมได้เร็วช่วยเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง 

     หลังจากนั้น ราล์ฟ รังนิก แก้เกมด้วยการส่งทั้ง แอนโธนีย์ อีแล็งก้า และ เจสซี่ ลินการ์ด ลงมาเล่นแทน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตามลำดับ ในนาที 75 และ 82 
    ช่วงทดเวลานาที 90+2 แมนยู ได้โอกาสทองเกือบขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกแล้วเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้โหม่งเน้นๆ ไม่ผ่านมือ ฟอสเตอร์ พุ่งปัดออกไปหวุดหวิด 

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 เก็บเพิ่มเป็น 40 แต้มยังรั้งที่ 5 ชวดโอกาสแซง เวสต์แฮม ขึ้นไปรั้งที่ 4 ชั่วคราว ส่วนทัพ “นักบุญ” มี 29 แต้มยังรั้งที่ 10 ของตาราง     

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

แมนฯยูฯ (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – ดีโอโก้ ดาโล่ต์, ราฟาเอล วาราน, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (แอนโธนีย์ อีแล็งก้า น.76), ปอล ป็อกบา – มาร์คัส แรชฟอร์ด (เจสซี่ ลินการ์ด น.82), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เจดอน ซานโช่ – คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แยน เบดนาเร็ก, โมฮาเหม็ด ซาลิซู, โรแม็ง แปร์กโรด์ – สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริโอล โรเมอู, โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ – อาร์มันโด้ โบรย่า, เช อดัมส์