แดงเดือดสุดมัน แมนยูเชือดลิเวอร์พูลเข้าชนค้อนรอบ 5 เอฟเอคัพ

25/01/2021

“ผีแดง” ยังร่ายฟอร์มได้อย่างเยี่ยมยอดหลังได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ลงมาเป็นสำรองซัดฟรีคิกงามหยดเป็นประตูชัยพาทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล สุดมันส์ 3-2 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 พบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเกมแดงเดือดเวอร์ชั่น เอฟเอ คัพ รอบ 4 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

    “แดงเดือด” ฉบับ เอฟเอ คัพ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคมที่่ผ่านมา เป็นการแข่งขันใน รอบ 4 แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับมือคู่ปรับตลอดกาล ลิเวอร์พูล อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก ซึ่งคู่นี้เพิ่งจะเจอกันในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ที่ผ่านมา ซึ่งเสมอกันไปที่แอนฟิลด์แบบไร้สกอร์ 0-0 โดยเกมวันนี้ทีมใดชนะจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 พบกับ เวสต์แฮม ที่เข้าไปยืนรออยู่แล้ว 

     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เกมนี้ปรับทัพพอสมควรพัก บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นสำรองแล้วเปิดทางให้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงปั้นเกมร่วมกับ ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และให้ เอดินสัน คาวานี่ เป็นหน้าเป้า

    ส่วนทางฝี่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่ในสถานการณ์ที่กดดันกับผลงานของทีมที่วิกฤตเล่นได้ย่ำแย่ไม่ชนะในลีกมา 5 นัดติด ล่าสุดเพิ่งจะเสียสถิติไร้พ่ายในแอนฟิลด์ที่ไม่แพ้ใครในลีกมา 3 ปีกว่าด้วยฝีมือ เบิร์นลี่ย์ โดยการจัดทัพวันนี้เปลี่ยนถึง 5 ตำแหน่งในเกมลีกล่าสุด รีส วิลเลี่ยมส์ จับคู่หลังกับฟาบินโญ่ ส่วน 3 แดนหน้าใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และเคอร์ติส โจนส์ โดยให้ ซาดิโอ มาเน่ เป็นแค่สำรองไปก่อน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก โอกาสแรกของเกมเป็นเจ้าบ้าน “ผีแดง” ที่ได้ทักทายก่อนใน นาที 10 จากจังหวะที่ เมสัน กรีนวู้ด โซโล่เดี่ยวควบบอลจากขวาเข้าไปในเขตโทษก่อนจะซัดมุมแคบไปติดขาของ อลีสซง แบบได้ลุ้น

อีกนาทีถัดมา “หงส์แดง” ได้เสียวบ้าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ครอสเข้าไปในกรอบ 6 หลา ฟีร์มีโน่เข้าไม่ถึงบอลโดนแนวรับผีแดงสกัดออกมาหวุดหวิด

    นาที 14 เมสัน กรีนวู้ด สร้างโอกาสให้ตัวเองอีกครั้ง หลังรับบอลจาก คาวานี่ ก่อนจะอัดด้วยขวาเสาแรก บอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

    แต่กลายเป็น “หงส์แดง” ที่เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำไปก่อน 1-0 นาที 18 จากจังหวะที่ ไวนัลดุม พาบอลขึ้นมาก่อนแทงให้ ฟีร์มีโน่ พลิกบอลแล้วจ่ายคิลเลอร์พาสทะลุช่องระหว่าง ลินเดอเลิฟ และลุค ชอว์ให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าไปก่อนชิพบอลข้าม ดีน เฮนเดอร์สัน เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    กระนั้น นาที 25 “ผีแดง” มาได้ประตูตีเสมอไล่มา 1-1 สำเร็จ จากจังหวะที่ ปอล ป็อกบา แย่งบอลจากหน้ากรอบเขตโทษของตัวเอง ก่อน ฟาน เดอ เบ็ค สวนกลับป้ายออกซ้ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด วางบอลยาวจากครึ่งสนามให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบก่อนซัดเลียดผ่าน อลีสซง เข้าไปอย่างเฉียบขาด

   หงส์แดงพยายามเน้น นาที 67 ฟีร์มีโน่ เจาะทะลุช่องให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าไปในกรอบก่อนซัดเสาแรกไปติดตัวของ ดีน เฮนเดอร์สัน อีกหน

    นาที 75 โม ซาลาห์ สร้างโอกาสให้ตัวเองได้อีกหลังซัดด้วยซ้ายแหวกบล็อคบอลพุ่งไปตรงตัว เฮนเดอร์สัน แม้จะรับกระฉอกแต่ยังตามมาเก็บเข้ามือไว้ได้

    แต่แล้ว นาที 78 กลายเป็น “ผีแดง” ที่ใช้โอกาสไม่เปลืองจากจังหวะได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษไม่ถึง 18 หลา และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองวิ่งมาปั่นบอลอ้อมกำแพงผ่าน อลีสซง ที่พยายามพุ่งแต่ไม่ทัน บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างงามหยดให้ แมนฯยูฯ ขึ้นนำหงส์แดงอีกครั้งเป็น 3-2

    ท้ายเกม นาที 89 เจ้าบ้านเกือบมาได้เม็ดที่สี่นำห่าง หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ครอสบอลมาให้ เอดินสัน คาวานี่ วิ่งสอดมาเสาไกลกระโดดโขกบอลลงพื้นบอลพุ่งไปชนเสาไกลอย่างน่าเสียดาย

    จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เบียดเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปแบบสุดมันส์ 3-2 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 เอฟเอ คัพ พบกับ เวสต์แฮม ในช่วงวันที่ 8-11 กุมภาพันธ์นี้